รู้หรือไม่! การทำประกันภัยบ้านเป็นมากกว่าเรื่องไฟไหม้บ้าน แต่ยังคุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติ และอุบัติเหตุอื่นๆอีกด้วย
เพราะกว่าจะมีบ้านสักหลังไม่ใช่เรื่องง่าย บางครอบครัวมีบ้านหลังแรก บางครอบครัวอาจจะมีหลายหลัง แต่บางคนอาจจะไม่รู้จักกับการทำประกันภัย หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมถึงต้องทำประกัน วันนี้ดีดีโฮมฯ มีข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับประกันภัยบ้านมาฝากกันค่ะ
ประกันภัยบ้าน คือ ประกันที่ให้ความคุ้มครองสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่อยู่อาศัย โดยเมื่อเกิดเหตุที่สร้างความเสียหายให้แก่ตัวบ้านบริษัทประกันภัยจะเข้าประเมินความเสียหายและชดเชยตามกรมธรรม์ที่กำหนด ซึ่งประกันภัยบ้านนี้ไม่ได้หมายถึงแค่ประกันจากไฟไหม้ หรือภัยธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังคุ้มครองในส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวกับบ้านด้วยกันอีกหลายประการด้วย
การทำประกันภัยบ้านถือเป็นเรื่องจำเป็น ที่ควรให้ความสำคัญ เพราะประโยชน์ของประกันคือการชดเชยความเสียหาย ซึ่งสำหรับบ้าน คือ สินทรัพย์มูลค่าสูง หากเกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม แก๊สระเบิด ฯลฯ จะได้มีเงินชดเชยเพื่อมารับมือกับเหตุที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่บ้านยังไม่หมดภาระหนี้สิน หากต้องเสียบ้านไป ก็ยังได้เงินจากประกันเพื่อมาจ่ายยอดเงินกู้คงเหลือของธนาคารได้

ประกันภัยบ้านมีหลายประเภท เมื่อจะเลือกทำประกันประเภทใดก็ต้องทราบรายละเอียดเพื่อที่จะได้เลือกทำประกันให้เหมาะสมกับความเสี่ยงไม่ต่างจากการเลือกประกันชีวิต และสำหรับประกันภัยบ้านก็สามารถแบ่งเป็น 3 ประเภทหลักๆ ได้ดังนี้
ประกันอัคคีภัย เป็นประกันที่คุ้มครองเหตุไฟไหม้ซึ่งครอบคลุมทั้งเหตุที่เกิดจากภัยธรรมชาติ เช่น ไฟป่า ฟ้าผ่า ฯลฯ และทั้งเหตุสุดวิสัยจากมนุษย์ เช่น ไฟฟ้าลัดวงจร การระเบิดของแก๊สหุ้งต้ม ฯลฯ หรือความเสียหายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ประกันประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองในระยะสั้น เช่น 1 ปี หรือ 2 – 3 ปี ค่าเบี้ยประกันจะขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทและลักษณะของอาคาร ทั้งนี้ ประกันอัคคีภัยเป็นประกันภัยภาคบังคับที่บ้านใหม่ทุกหลังต้องมี ซึ่งเป็นเหตุผลที่หลายๆ ธนาคารที่ให้สินเชื่อบ้านมักจะยื่นกรมธรรม์ให้ทำทันที ทั้งนี้ ยังเป็นการรับประกันว่า หากเกิดเหตุขึ้นกับบ้าน ธนาคารจะยังได้เงินที่ปล่อยสินเชื่อไปแล้วจากบริษัทประกัน
ประกันภัยพิบัติ คือ ประกันที่คุ้มครองความเสียหาย-สูญเสียของตัวบ้านหรือทรัพย์สินที่เกิดจากเหตุธรรมชาติ ได้แก่ น้ำท่วม แผ่นดินไหว ลมพายุ หรือเหตุการณ์ภัยพิบัติอื่นๆ ที่คณะรัฐมนตรีประกาศว่าเป็นสถานการณ์ภัยพิบัติรุนแรง
ความคุ้มครองของประกันภัยบ้านประเภทนี้ จะเป็นแบบจำกัดความรับผิด (Sub limit) หมายความว่า ไม่สามารถซื้อความคุ้มครองได้เต็มมูลค่าของบ้าน โดยอัตราเบี้ยประกันภัยไม่เกิน 0.5% ของความคุ้มครองต่อปี
ทั้งนี้ หากต้องการความคุ้มครองมากกว่า 100,000 บาท ค่าเบี้ยประกันอาจสูงกว่า 0.5% ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละบริษัท
ความคุ้มครองของประกันโจรกรรมจะคุ้มครอง 2 ส่วน ได้แก่ ความสูญเสียต่อทรัพย์สินที่เอาประกัน และความสูญเสียต่อตัวอาคารที่เก็บทรัพย์สินซึ่งเกิดจากการโจรกรรม โดยซื้อความคุ้มครองได้แบบปีต่อปี ซึ่งเบี้ยประกันขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของบริษัทประกันแต่ละเจ้า
สำหรับผู้ที่มีบ้านแล้ว หรือกำลังคิดจะซื้อบ้าน ต้องบอกเลยว่าการทำประกันภัยบ้านนั้นถือว่าสำคัญมาก ๆ และไม่ควรมองข้ามเลยนะคะ เพราะนอกจากจะคุ้มครองในด้านต่าง ๆ แล้ว ยังสามารถช่วยให้เราไม่ต้องรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต และยังช่วยให้เราอุ่นใจในมากยิ่งขึ้นอีกด้วยค่ะ
ขอบคุณข้อมูลดี ๆ จาก : ธนาคารอาคารสงเคราะห์ https://www.ghbank.co.th